ของโปรดประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2017

PR sample, Purchased by me, Affiliate links


view content in/เปลี่ยนภาษา ⇢ อังกฤษ  

ของโปรดประจำเดือนนี้ของเราจะเป็นสกินแคร์ซะส่วนใหญ่ค่ะ เพราะช่วงนี้เราค่อนข้างระวังในการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์อะไรบนใบหน้า ทุกชิ้นที่เรากำลังจะพูดถึงในวันนี้เป็นสิ่งที่เราได้ลองใช้มานานแล้วและพบว่ามันทำงานได้ดีกับผิวแพ้ง่ายเป็นสิวง่ายของเรา ไม่ทำให้เกิดการระคายเคือง หวังว่าทุกคนจะสนุกกับโพสท์นี้และเลือกที่จะมาแชร์ประสบการณ์การใช้กับเรานะคะหากได้เคยลองใช้ตัวไหนในนี้แล้ว

Anessa Perfect and Essence UV Sunscreen Aqua Booster SPF50+ PA++++

Anessa Perfect (L) and Essence (R) UV Sunscreen Aqua Booster SPF50+ PA++++

Anessa Perfect (L) and Essence (R) UV Sunscreen Aqua Booster SPF50+ PA++++

พูดตรง ๆ เลยนะ เราคิดว่าครีมกันแดดนี่เป็นอะไรที่สำคัญที่สุดแล้วของสกินแคร์ไอเท็มสำหรับตอนกลางวัน คือเป็นอะไรที่ต้องมี ต้องทา เพื่อคอยปกป้องผิวให้มีสุขภาพดีอยู่เสมอ ทุกวันนี้เราก็เสียใจที่ไม่ได้พยายามปกป้องผิวตัวเองจากแสงแดดเลยตอนที่ยังเป็นวัยรุ่นอยู่ ช่วงนั้นเราชอบออกแดดมาก และก็ไม่เคยคิดจะทาครีมกันแดดเลย แย่มาก ห้ามทำตามนะคะ! แต่ช่วง 10 ปีมานี้เราทาไม่เคยได้ขาดเลยค่ะ ได้ลองใช้ครีมกันแดดมามากมายหลายชนิดจากหลายแบรนด์ทั้งถูกและแพง ถ้าให้เลือกเราคงต้องบอกว่าเราชอบครีมกันแดดของทางฝั่งเอเชียบ้านเรามากกว่า เรารู้สึกว่าฝั่งเราได้คิดค้นสูตรที่ดีมากให้มีเนื้อครีมที่ทาง่าย ปกป้องแสงแดดได้ดีเยี่ยมโดยที่ไม่ทิ้งคราบขาวและความมันไว้บนผิวเหมือนพวกครีมกันแดดของทางฝั่งตะวันตกส่วนมาก

Anessa Perfect and Essence UV Sunscreen Aqua Booster SPF50+ PA++++ ตามรูปด้านบนนี้เป็นครีมกันแดดที่เราใช้บ่อยสุดเดือนนี้ค่ะ ทั้งสองแบบให้การปกป้องผิวจากรังสี UVA และ UVB และมี SPF50 และ PA++++ (4 บวกเลยนะ!) เนื้อมันจะเหลวเหมือนนม ทาแล้วซึมซับลงผิวทันที และไม่ทิ้งคราบขาวคราบเหนียวหรือร่องรอยอะไรไว้เลย แถมช่วยปรับผิวให้แม็ทนวลเนียนเป็นไพรเมอร์ไปในตัวได้ด้วย ดีงามมาก

เราไม่พบว่ามันจะมีความแตกต่างอะไรมากมายเลยนะคะระหว่าง 2 สูตรนี้ และเราก็คิดว่าไม่ว่าคุณจะซื้อสูตรไหนก็ต้องชอบเหมือนกันแน่นอน The Perfect (ขวดทอง) เนื้อจะข้นกว่าหน่อย คุมมันดีกว่าหน่อย และก็คุมหน้าให้แม็ทได้นานกว่า ส่วน The Essence (ขวดเงิน) นั้นเนื้อจะเหลวกว่าหน่อย ให้ความชุ่มชื้นเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ทำให้หน้าแม็ทเช่นกัน แต่แค่ตอนแรก ๆ หลังทาเท่านั้น เราพบว่าสูตรขวดสีเงินยังคุมมันให้หน้าเราแม็ทได้ไม่นานเท่าขวดสีทองค่ะ ทั้ง 2 สูตรมี Zinc Oxide, Octinoxate, Octocrylene, Uvinul A Plus และ Tinosorb S เป็น active ingredients แต่ขวดเงินมี Parsol SLX เพิ่มขึ้นมาด้วย นอกจากนี้ทั้ง 2 สูตรก็ยังติดทนทาน ทนน้ำ ทนเหงื่อ เหมาะมากสำหรับการเลือกไว้ใช้ในวันร้อน ๆ ที่กำลังจะมาถึง เราไม่พบว่า 2 ตัวนี้ทาแล้วผิวจะอุดตันนะคะ ตราบใดที่เราล้างหน้าให้หมดจดก่อนนอนทุกคืน

BUY ▶ US$20+ | Amazon // Thailand ฿859 | Watsons

Becca Backlight Priming Filter

Becca Backlight Priming Filter

Becca Backlight Priming Filter

ใช้เท่าไหร่ก็ไม่เคยเบื่อเลยค่ะสำหรับ illuminating primer ตัวนี้! Becca นี่เขาไม่เคยทำให้ผิดหวังจริง ๆ เกี่ยวกับเรื่องผลิตภัณฑ์เพิ่มความโกลว์ให้แก่ผิว Backlight Priming Filter ตัวนี้ไม่ใช่ไพรเมอร์ที่มีเม็ดชิมเมอร์ใหญ่จัดชัดเจนแบบไพรเมอร์ทั่วไป แต่ความวิบวับของมันจะออกไปทางแนวซอฟท์และเบามาก ทำให้พอทาลงไปบนผิวแล้วผิวดูโกลว์อย่างเป็นธรรมชาติและแลดูสุขภาพดีมาจากด้านใน เราจะชอบลงตัวนี้หลังจากทากันแดดแล้วและตามด้วยแป้งฝุ่นหากวันไหนที่ผิวดูโอเคไม่มีอะไรต้องปกปิดมาก แต่หากวันไหนที่เราคิดจะทาพวกรองพื้นเราจะผสมรองพื้นกับไพรเมอร์ตัวนี้ก่อนแล้วค่อยทาทีเดียวเลยเพื่อให้หน้าคงความโกลว์ไว้ สูตรของตัวนี้ดีงาม กลิ่นหอม เนื้อก็เนียนลื่น แถมใช้ได้นานมาก ๆ ด้วย ขวดของเรานี่ก็เพิ่งจะเห็นว่าลดลงมานิดหน่อยเองหลังจากที่ใช้มาตั้งหลายเดือนแล้ว เรามีรีวิวเต็มของตัวนี้ที่หน้านี้ค่ะ

BUY ▶ US$38 | Sephora ○ Ulta ○ Amazon ○ Becca // Thailand ฿1,650 | Sephora

Fresh Sugar Sport Treatment Sunscreen SPF 30 and Lip Treatment Advanced Therapy

Fresh Sugar Sport Treatment Sunscreen SPF 30 (L) and Lip Treatment Advanced Therapy (R)

Fresh Sugar Sport Treatment Sunscreen SPF 30 (L) and Lip Treatment Advanced Therapy (R)

Bite Beauty Agave Lip Masks (รีวิว) และ Fresh Lip Treatments (รีวิว: original, Advanced Therapy and Rosé, Tulip, Nude, Ruby) เป็น 2 ผลิตภัณฑ์บำรุงริมฝีปากที่เราเลือกใช้ติดต่อกันมานานหลายปีแล้วเพื่อให้ผิวปากมีสุขภาพดีอยู่เสมอ ตัว Sport Treatment Sunscreen SPF 30 นี้เราเพิ่งได้ลองใช้ค่ะ เขาบอกว่าสามารถใช้ทาได้ทั้งบนปาก ทั่วหน้า รวมถึงบริเวณรอบดวงตาด้วย แต่ส่วนมากแล้วเราก็ใช้ทาแค่บนปากเท่านั้นเพื่อปกป้องริมฝีปากจากรังสีแดด เนื้อของมันจะแข็งกว่า เฟิร์มกว่าของรุ่น Lip Treatment และหลังทาจะได้ผิวสัมผัสแบบแม็ท ไม่ใช่เงาวับ เราชอบทาโดยใช้นิ้วมือค่ะ เพราะความร้อนจากนิ้วมือจะช่วยวอร์มให้เนื้อมันเกลี่ยง่ายขึ้น active ingredients ได้แก่ Avobenzone, Octinoxate และ Octisalate

สำหรับตัว Lip Treatment Advanced Therapy นั้น เนื้อมันจะลื่นเหมือนแว็กซ์มากกว่าเนื้อของรุ่น Lip Treatment ทั่วไป แต่เห็นลื่นแบบนี้แต่ติดทนดีมากเลยค่ะ ทาไว้ก่อนนอนตื่นมาก็ยังพอมีติดปากอยู่เลย สำหรับเราแล้ว ตัว Bite Beauty Agave Lip Mask นี่เราจะถือให้เป็นลิปบาล์มประเภท heavy-duty ที่ให้ความชุ่มชื้นแก่ปากสูงแบบเร่งด่วนทันที ส่วน Fresh Lip Treatment Advanced Therapy นี่จะเหมือนเป็นทรีทเม้นท์ที่เราค่อย ๆ ใช้เป็นประจำเรื่อย ๆ เพื่อบำรุงผิวปากทุกวัน(คืน)

BUY Sport ▶ SportUS$25 | Sephora // Thailand ฿1,080 | Sephora
BUY Advanced Therapy ▶ US$25 | Sephora // Thailand ฿1,080 | Sephora

Clinique Take The Day Off Cleansing Oil

Clinique Take The Day Off Cleansing Oil

Clinique Take The Day Off Cleansing Oil

เราใช้ Clinique Take The Day Off Cleansing Balm (รีวิว) มาได้ 3 ปีกว่าแล้ว และก็ไม่เคยคิดจะเปลี่ยนใจไปใช้ตัวอื่นเลยเพราะมันทำงานได้ดีมากจริง ๆ แถมตอนใช้ก็สนุกด้วย เพราะได้นวดหน้าไปในตัว รู้สึกสบายหน้ามากหลังจากทำงานมาทั้งวัน แต่อย่างไรก็ตามเมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมา เราเกิดอยากลองสูตร oil ดูบ้างก็เลยไปลองซื้อมาใช้ดู และถึงแม้ว่าพอใช้แล้วจะขาดความรู้สึกสนุกของการนวดหน้าไปบ้าง แต่อย่างน้อยมันก็รวดเร็วกว่า เพราะไม่ต้องไปเสียเวลาวอร์มเนื้อบาล์มอะไร กดมาแล้วละเลงบนหน้าได้เลย ประสิทธิภาพในการทำงานเราพบว่าดีเยี่ยมไม่แพ้กันเลยค่ะ สามารถลบทุกอย่างได้หมดจดรวมถึงกลุ่มเครื่องสำอางที่ติดทนนานและกันน้ำ มันสามารถล้างออกได้หมดสิ้นโดยที่หลังใช้หน้ายังคงเหลือความชุ่มชื้นอยู่ เราใช้แล้วไม่พบว่าหน้าเราจะมันหลังใช้แต่อย่างใดนะคะ แต่อย่างไรเสียเราก็จะล้างอีกรอบด้วยคลีนเซอร์ประจำของเราตามด้วยเสมอเพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีอะไรหลงเหลือติดค้างบนใบหน้า รูปด้านบนนี้เป็นขวดขนาดพกพาที่เราใช้หมดไปแล้ว เราซื้อขวดใหญ่มาใช้เรียบร้อยแล้วค่ะ

BUY US$14.50 – 28 | Sephora // Thailand ฿1,300 | Sephora

Chanel Le Vernis Nail Gloss in 530 Rouge Radical

Chanel Le Vernis Nail Gloss in 530 Rouge Radical

Chanel Le Vernis Nail Gloss in 530 Rouge Radical

ปกติแล้วเราเป็นคนที่ไม่ค่อยทาเล็บมือค่ะ น้อยครั้งมากที่จะทา เพราะงานที่ทำอยู่ต้องล้างมือประมาณวันละล้านรอบ :) คอลเลคชั่นสีทาเล็บของเรานี่เป็นอะไรที่จุ๋มจิ๋มมากจนไม่ควรจะเป็น beauty blogger กับเขาได้อ้ะ! แต่เมื่อช่วง Fall ที่ผ่านมา เราได้ไปเห็นสีทาเล็บสีแดง glossy สดใสของ Chanel Le Vernis Nail Gloss สี 530 Rouge Radical (limited edition) ตัวนี้เข้า เท่านั้นแหละ รู้ตัวเลยว่ายังไงก็ต้องซื้อ พอซื้อมาแล้วเราก็ทาสีนี้สีเดียวมาโดยตลอด ไม่เคยรู้สึกเบื่อเลย พอทาทีไรก็มีแต่คนชมเล็บว่าสีสวยมาก :) ทั้งคนที่รู้จัก offline และ online เรามีรูปบน Instagram ของเรารูปนี้ค่ะ ที่เราทาสีนี้ไว้หากใครอยากเห็นว่าทาแล้วได้สีประมาณไหน ถึงสีจะออกไปทางใส ๆ เมื่อมองในขวด แต่ว่าพอทาแห้งแล้วมันจะเป็นแดงทึบค่ะ สำหรับเราทาแค่ 2 ชั้นก็สบายแล้ว จะได้สีแดงสดใสสว่างสวยงามที่ติดทนยาวนานเป็นสัปดาห์เลย เราชอบมาก แฮ็ปปี้มากกับสีนี้ เสียดายว่าไม่ได้ซื้อ backup ตุนไว้น่ะสิ!

หวังว่าทุกคนจะชอบสิ่งของที่เราเลือกมาแชร์ให้อ่านกันในวันนี้นะคะ หากใครเคยได้ลองใช้ตัวไหนมาแล้วมาเล่าประสบการณ์การใช้ให้ฟังได้นะ แล้วของโปรดที่คุณใช้บ่อยประจำเดือนนี้มีอะไรบ้างเอ่ย?

Disclosure: Becca Backlight Priming Filter was provided free of charge for review consideration. All opinions expressed herein are honest and my own.

LEAVE YOUR THOUGHT HERE. JOIN THE DISCUSSION!

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *