รีวิว Clinique Pep-Start HydroBlur Moisturizer

Clinique Pep-Start HydroBlur Moisturizer

ช่วงที่ผ่านมานี้เราใช้ skincare ที่เราใช้มาโดยตลอดไม่เคยเปลี่ยนตัวไหนเลยค่ะ คือถ้าใครเป็นสิวง่ายนี่จะรู้เลยว่าทำไมต้องทำแบบนี้ คือพอเรามีสูตรว่าใช้อะไรกับอะไรที่โอเค ไม่ทำให้เกิดสิวใหม่แล้ว เราก็อยากจะใช้แบบนั้นไปเรื่อย ๆ ไม่อยากไปเปลี่ยนแปลงอะไร แต่วันนึงดั๊นมาเจอเจ้าตัวนี้เข้า โฆษณามาอย่างดีว่าไม่ได้เป็นแค่มอยส์เจอร์ไรเซอร์นะ แต่เป็นตัวช่วยปรับผิวให้ดูดีนวลเนียนขึ้นในตัวด้วย เราก็เลยเกิดความสนใจอยากจะลองขึ้นมาเลยสิ! แล้วตอนที่เราลองทา tester ลงบนหลังมือ เราเห็นว่ามันช่วยทำให้ผิวดูเนียนขึ้นได้จริง เราประทับใจมาก ตกหลุมรักทันที เงยหน้ามาอีกที มือตัวเองก็หยิบ 1 กระปุกใส่ตะกร้าไปเรียบร้อย!

Clinique Pep-Start HydroBlur Moisturizer
Clinique Pep-Start HydroBlur Moisturizer

Clinique Pep-Start HydroBlur Moisturizer เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์จากคอลเลคชันใหม่ล่าสุดชื่อ Pep-Start ของ Clinique ค่ะ เขาบอกมาว่าตัวนี้สามารถเป็นได้ทั้งมอยส์เจอร์ไรเซอร์แบบปราศจากน้ำมัน และแถมยังเป็นไพรเมอร์ไปในตัวด้วย นอกจากใช้ทาเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวแล้ว มันยังช่วยปรับผิวให้เรียบเนียนขึ้น และให้ฟินิชเป็นเนื้อแม็ทอีกด้วย ผลิตภัณฑ์มาในรูปแบบกระปุกพลาสติก 2 ชั้นสีฟ้าใสและมีฝาสีขาว เราชอบ packaging ของไลน์ Pep-Start นะ เราว่ามันสีสันสดใสดี แตกต่างจากสีซอฟท์ ๆ แบบเดิม ๆ ของแบรนด์ แต่ว่ามาเป็นกระปุกแบบนี้ก็ใช้ยากนิดหน่อย เวลาใช้เราจะใช้ไม้พายขนาดเล็กตักเนื้อครีมออกมาเสมอ จะไม่ใช้นิ้วมือจิ้มโดยตรง

Clinique Pep-Start HydroBlur Moisturizer
Clinique Pep-Start HydroBlur Moisturizer
Clinique Pep-Start HydroBlur Moisturizer
Clinique Pep-Start HydroBlur Moisturizer

ตอนที่เราลองทาตัว tester บนหลังมือเรานี่ เราชอบมันมากจริง ๆ ค่ะ เนื้อครีมมันนุ่มมาก เนียนเหมือนกำมะหยี่ เป็นแบบเนื้อในฝันเลย เกลี่ยบนหลังมือปุ๊บ หลังมือก็เนียนปั๊บ แถมแม็ทเนียนดีด้วย ความรู้สึกประมาณทาไพรเมอร์เนื้อซิลิโคนน่ะค่ะ แต่เนื้อจะออกไปทางมอยส์เจอร์ไรเซอร์มากกว่า เนื้อจะหนาหน่อยตอนตักขึ้นมา แต่ว่าพอทาลงไปบนผิวแล้วเกลี่ยง่าย ไม่ทิ้งความหนัก มัน หรือเหนียวไว้บนผิวแต่อย่างใด แถมทาแล้วให้ความรู้สึกสดชื่นนิด ๆ ด้วย ซึ่งเราชอบมาก

แต่อย่างไรก็ตาม พอทาลงไปบนหน้าเราจริง ๆ แล้ว ผลที่ได้มันกลับไม่เป็นดังคาด ยังไงน่ะหรือ งั้นเดี๋ยวเราลิสท์เป็นข้อ ๆ ให้อ่านกัน!

  • เคลม: ปกปิดรูขุมขนและ imperfections ให้ดูเบลอร์
    อืมม เราไม่เห็นว่ามันจะเบลอร์ตรงไหนนะ! มีหลายรีวิวที่เขาบอกว่ามันเบลอร์รูขุมขนได้ดีมาก แต่สำหรับเราแล้ว มันไม่ได้ก่อให้เกิดความแตกต่างใด ๆ เลย เรามีรูขุมขนกว้างเห็นชัดรอบจมูก ซึ่งมันก็ยังเห็นชัดอยู่เหมือนเดิมหลังทา คืองงมากจริง ๆ เพราะว่ามันเบลอร์บนหลังมือได้ดีมาก แต่บนหน้านี่ไม่เห็นผลใด ๆ เลย นอกเสียจากว่าเราจะทาทับลงไปหนา ๆ ซัก 2-3 ชั้น และก็ค่อย ๆ ลูบ ๆ ลง ถึงพอจะเห็นว่ามันจะทำอะไรนิดหน่อย ปกปิดขึ้นนิดหน่อย และสิ่งที่แปลกอย่างหนึ่งของตัวนี้ก็คือถ้าทาหนา เรารู้สึกว่าเนื้อมันจะเหมือนแค่ฉาบผิวไว้ ไม่ได้ซึมลงไปอย่างที่ควรจะเป็น แล้วยิ่งถ้าตามด้วยรองพื้น ต้องดูดี ๆ เลยว่าเนื้อมันเข้ากันได้รึเปล่า เพราะถ้าสูตรไม่เข้ากัน มันจะทำให้เนื้อรองพื้นลอกออกเป็นขลุยได้ง่ายมากค่ะ ส่วนเรื่องการช่วยปกปิดริ้วรอย รอยแดง หรือรอยสิวนั้น เราพบว่ามันไม่ช่วยอะไรมาก
  • เคลม: ปรับสภาพผิวให้ดูเนียน และแม็ท
    บอกตามตรงนะคะ เราไม่เห็นว่าหน้าเราจะแม็ทใด ๆ หลังทาเลยค่ะ กลับตรงกันข้าม หน้าเราพอทาแล้วกลับมาดูฉ่ำ dewy แทน *facepalm*

แต่ว่ามันก็พอมีข้อดีอยู่บ้างนะคะ สิ่งดี ๆ ที่เราพบก็คือ

  • เคลม: ให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวตลอดวัน
    เราคอนเฟิร์มค่ะ อันนี้ให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวได้ตลอดวันจริง (แต่มอยส์เจอร์ไรเซอร์ตัวอื่นของเราก็ทำได้เหมือนกัน)
  • เคลม: ควบคุมผิวให้ปราศจากความมัน
    อันนี้ก็ทำได้ดีจริงค่ะ เพราะปกติหน้าเรานี่จะมันมากเลยพอถึงช่วงพักกลางวัน แต่พอวันไหนทาตัวนี้ สามารถอยู่ได้ถึงเย็นโดยไม่ต้องซับเลย ตอนกลับบ้านอาจจะมีแอบโผล่มาแวว ๆ นิดนึงแถว ๆ จมูกแค่นั้นเอง
Clinique Pep-Start HydroBlur Moisturizer
Clinique Pep-Start HydroBlur Moisturizer
Clinique Pep-Start HydroBlur Moisturizer; L-R: unblended, blended, and absorbed
Clinique Pep-Start HydroBlur Moisturizer; L-R: unblended, blended, and absorbed

ตัวนี้ไม่มีส่วนผสมของน้ำมันและน้ำหอม แต่ว่ามีสาร Myristyl Myristate ผสมมาด้วย ซึ่งเป็นสารที่ก่อให้เกิดการอุดตันสูง (ใครที่เป็นสิวต้องระวัง) โดยรวมแล้ว ตัวนี้สำหรับเราก็คือมอยส์เจอร์ไรเซอร์ธรรมดาตัวนึง ไม่ได้ให้ความแม็ทบนใบหน้า หรือว่าช่วยอำพรางรูขุมขนอย่างที่เราคาดหวังไว้ เราพบว่าเราต้องตามด้วยไพรเมอร์แบบ pore-minimizing ตัวอื่นอีก เพื่อให้กลบได้ชัดเจนขึ้น เราคงไม่หยิบตัวนี้มาใช้ทุกวันทั่วหน้าแน่นอน แต่อาจจะมีเอามาทาบริเวณรอบจมูกเพื่อช่วยเรื่องลดความมันเท่านั้น น่าเสียดายค่ะ ที่ผลการทาบนหน้าของเราจริง ๆ มันไม่ได้แม็ทนวลเนียนสวยงามเหมือนตอนที่เราลองทาบนหลังมือ

มีใครได้ลองใช้อะไรจากไลน์ Pep-Start บ้างแล้วมั้ยคะ? เราว่าจะลองอายครีมเป็นตัวต่อไป! เราว่าอันนั้นเราน่าจะชอบและคงใช้แล้วได้ผลดีกว่านี้ :)

Purchase

US$29.50 at Sephora

฿1,200 at Sephora Thailand

TAGS: SHARE:

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *