รีวิว Too Faced Semi-Sweet Chocolate Bar Eyeshadow Palette

Purchased by me, Affiliate links


view content in/เปลี่ยนภาษา ⇢ อังกฤษ  

มาแล้วค่ะ พาเล็ทที่สองต่อจาก Chocolate Bar (รีวิว) ตัวใหม่นี้ชื่อ Semi-Sweet Chocolate Bar ที่ Too Faced เขาบอกว่าเป็นพาเล็ทสีนิวทรัลที่มีสีโทนอุ่นมากกว่าพาเล็ทแรก แต่ว่าก็ยังคงมีกลิ่นหอมของผงโกโก้เหมือนเดิม แต่ว่ามันใช้ได้ดีประสบความสำเร็จเท่ากับพาเล็ทแรกรึเปล่านั้น? ไปอ่านรีวิวเราดูค่ะ อ้อ ตอนท้ายเราจะมี swatch เปรียบเทียบระหว่างพาเล็ทแรกและพาเล็ทที่สองนี้ด้วย เผื่อว่าใครกำลังหาข้อมูลตัดสินใจอยู่ว่าจะซื้ออันไหนดี

Too Faced Semi-Sweet Chocolate Bar Eyeshadow Palette

Too Faced Semi-Sweet Chocolate Bar Eyeshadow Palette

พาเล็ทใหม่ Semi-Sweet Chocolate Bar นี้หน้าตาก็ยังมาในรูปแบบแท่งช็อกโกแล็ตเหมือนเดิมเหมือนกับ Chocolate Bar อันแรก (รีวิว) แต่แค่เปลี่ยนสีเป็นสีอ่อนกว่าค่ะ นึกง่าย ๆ ก็คือพาเล็ทแรกเป็น “dark chocolate” และพาเล็ทที่สองเป็น “milk chocolate“! ^_^ ต่อจากอันนี้หวังว่าแบรนด์จะออก white chocolate มาบ้างนะคะ คงจะเก๋น่าดู!

ขนาดของพาเล็ท Semi-Sweet Chocolate Bar จะบางกว่าของ Chocolate Bar หน่อย แต่ว่าถ้าใครซื้อ Chocolate Bar เมื่อปีที่แล้ว คุณก็อาจจะได้เวอร์ชั่นพาเล็ทบางมาแล้ว เราซื้อตอนที่มันออกใหม่ ๆ ซึ่งตัวพาเล็ทยังเป็นแบบหนาเทอะทะอยู่เลย ความแตกต่างอีกอย่างคือฝาแม่เหล็กของ Semi-Sweet Chocolate Bar จะปิดไม่แน่นเท่าของ Chocolate Bar ดังนั้นหากจะหยิบไปไหนมาไหนด้วยก็ต้องคอยระวังฝาเปิดด้วยค่ะ

หลังจากเปิดฝาพาเล็ทขึ้นมา ก็จะเห็น How-To Glamour Guide เสียบมาไว้บริเวณกระจกที่เป็นขนาดเต็ม ข้างใน guide ก็จะมี eye makeup look ต่าง ๆ แนะนำไว้ให้คุณลองทำตาม เราชอบแบรนด์ที่ให้ guide พวกนี้มากับพาเล็ทนะ ถึงแม้ว่าเราจะไม่ค่อยได้ใช้ได้อ่านได้ทำตามก็ตาม แต่ก็ยังรู้สึกดีที่มีไว้เผื่อเวลาอยากดู :)

Too Faced Semi-Sweet Chocolate Bar Eyeshadow Palette; How-To Glamour Guide

Too Faced Semi-Sweet Chocolate Bar Eyeshadow Palette; How-To Glamour Guide

อีกอย่างของพาเล็ทใหม่ที่เราชอบคือ ในที่สุดชื่อสีก็พิมพ์มาบนตัวพาเล็ทเลยแล้ว! ไม่ใช่บนแผ่นพลาสติกเหมือนพาเล็ทก่อนที่จะดูชื่อทีก็ต้องมองในแผ่นพลาสติกที เราว่าทุก ๆ แบรนด์น่าจะทำเป็นมาตรฐานไปเลยนะ ว่าต้องพิมพ์ชื่อสีบนตัวพาเล็ท! :D

Too Faced Semi-Sweet Chocolate Bar Eyeshadow Palette

Too Faced Semi-Sweet Chocolate Bar Eyeshadow Palette

Too Faced Semi-Sweet Chocolate Bar Eyeshadow Palette

Too Faced Semi-Sweet Chocolate Bar Eyeshadow Palette

At a glance

Too Faced Semi-Sweet Chocolate Bar Eyeshadow Palette

Too Faced Semi-Sweet Chocolate Bar Eyeshadow Palette

ส่วนสีอายแชโดว์ทั้ง 16 สีนั้นถูกจัดวางมาในรูปแบบเดียวกันกับพาเล็ทแรกเลยค่ะ 14 สีเป็นขนาดปกติ และมี 2 สีเป็นขนาดใหญ่ ส่วนเนื้อสีมี 6 แบบด้วยกันคือ แม็ท ซาติน ชิมเมอร์ กลิตเตอร์ ฟรอสท์ และ เมทาลิค โทนสีทั้งหมดเป็นโทนน้ำตาลนิวทรัล แต่ว่าก็มีสีป๊อปเป็นสีฟ้ามาให้ด้วยหนึ่งสี

Too Faced เขาบอกว่าพาเล็ทใหม่นี้มีโทนสีที่อุ่นขึ้นมากกว่าพาเล็ทแรก ซึ่งถ้ามองดูเผิน ๆ เราว่ามันก็ดูเหมือนจะอุ่นกว่าจริง ๆ แต่ว่าพอทาลงไปบนผิวจริง ๆ แล้วเราว่าสีมันเย็นกว่าอยู่นะคะ

และถ้ามีอย่างนึงที่เราอยากแนะนำให้เปลี่ยน คงจะเป็นเรื่องที่เขาดันวางสีดำ “Licorice” (ซ้ายบน) มาซะติดกันเลยกับสีอ่อน Coconut Crème และ Pink Sugar! คือตั้งแต่ใช้มาเราต้องขูดผิวของสีอ่อนนี้หลายรอบแล้วเพื่อกำจัดผงสีดำของ Licorice ออก เพราะแตะสีดำทีไรมันก็มีเผลอมาหล่นใส่สีข้าง ๆ ตลอดเลย ความคิดใครน้อที่เอาสีเข้มสุดมาวางไว้ใกล้สุดกับสีอ่อนสุด! *failed* ;)

Whole palette swatches

Too Faced Semi-Sweet Chocolate Bar Eyeshadow Palette

Too Faced Semi-Sweet Chocolate Bar Eyeshadow Palette

Too Faced Semi-Sweet Chocolate Bar Eyeshadow Palette

Too Faced Semi-Sweet Chocolate Bar Eyeshadow Palette

Shade breakdown

L-R: Licorice, Coconut Crème, Nougat, Truffled, and Hot Fudge

L-R: Licorice, Coconut Crème, Nougat, Truffled, and Hot Fudge

L-R: Licorice, Coconut Crème, Nougat, Truffled, and Hot Fudge

  • Licorice – intense black; matte
    สีนี้ความเข้มสีดีมาก สีเกลี่ยง่าย เกลี่ยแล้วไม่จางเร็ว เนื้อนุ่ม build ได้สบายแต่ว่าแอบมี powdery เล็กน้อย เราชอบพาเล็ทที่มีสีดำนะ ดังนั้นตรงนี้ได้คะแนนพิเศษเพิ่มอีกหนึ่ง!
  • Coconut Crème – light cream; matte
    สีบาง สีเบา กว่าจะ swatch ให้เห็นสีบนแขนได้นี่เราต้องทาทับไปมาหลายรอบเลย บนตาเรานั้นทาแล้วแทบจะมองไม่เห็นเลยค่ะ ก็เลยใช้สีนี้เป็นสีเบสและสี blend ไป เนื้อนุ่มและเนียนอยู่หรอก แต่ว่าสีมัน build ยากแค่นั้นเอง
  • Nougat – muted peachy pink; matte
    ตอนแรกเรานึกว่าสีนี้มันจะเบาเกินบนผิวเราแต่ว่าทาจริง ๆ แล้วสีเห็นค่อนข้างชัดเจนอยู่ค่ะ เนื้อเนียน silky มาก เกลี่ยก็ง่าย สี build ได้ blend ได้ดีโดยที่ไม่รู้สึก powdery เลย
  • Truffled – chocolate brown; satin
    สีนี้เป็นสีน้ำตาลธรรมดาค่ะ แต่ว่าเนื้อดีนะ นุ่ม สีเข้ม เกลี่ยให้เนียนง่ายมาก
  • Hot Fudge – blackened brown with pink shimmer; shimmery
    เราไม่ค่อยชอบเนื้อของสีนี้เท่าไหร่ เพราะมันลูบแล้วรู้สึกแห้ง แข็ง และสากเล็กน้อย แต่ว่าพอทาบนตาจริง ๆ แล้วรู้สึกดีกว่ามากค่ะ ไม่สากเลย แถมไม่มี fallout ระหว่างทาหรือหลังทาด้วย เกลี่ยก็ง่ายพอสมควรเลย

L-R: Cocoa Chilli, Pink Sugar, Puddin', Blueberry Swirl, Peanut Butter, and Frosting

L-R: Cocoa Chilli, Pink Sugar, Puddin', Blueberry Swirl, Peanut Butter, and Frosting

L-R: Cocoa Chilli, Pink Sugar, Puddin', Blueberry Swirl, Peanut Butter, and Frosting

  • Cocoa Chilli – medium brown with gold sparkles; shimmery
    เนื้อนุ่ม creamy สีแน่น เกลี่ยง่าย แต่ว่าเจ้าชิมเมอร์สีทองนั้นพอทาลงไปบนตาแล้วมันเบาค่ะ ความระยิบระยับจะประปรายไม่แน่นเท่าตอน swatch บนแขน
  • Pink Sugar – pale pink with iridescent pink glitter particles; glittery
    สีนี้หลายคนไม่ชอบเอาซะเลย แต่เรากลับชอบอ้ะ! สีดูเป็นสีชมพูในพาเล็ทแต่ว่าทาลงไปบนตาแล้วจะกลายเป็นชั้นใส ๆ ไปแทน และจะเห็นแค่กลิตเตอร์สีชมพูเท่านั้น เป็นสีที่ทาแล้วทำให้ตาดูมีประกายระยิบระยับสวยมาก เสียดายว่าปริมาณกลิตเตอร์มันน้อย ทาแล้วดูประปราย แต่อย่างน้อยเราว่ามันก็ติดผิวดีอยู่ ไม่ร่วง เราชอบทาสีนี้ทับสีที่เป็นเนื้อแม็ทเพื่อเพิ่ม glam effect นิด ๆ ค่ะ
  • Puddin' – taupe brown; matte
    อีกหนึ่งสีน้ำตาลเบสิค แต่ว่าสีนี้เนื้อดีนุ่มอยู่ค่ะ เนื้อจะบางหน่อยแต่ว่าอย่างน้อยความเข้มสีดีใช้ได้ เกลี่ยง่ายบนผิวไม่เป็นปื้น ๆ
  • Blueberry Swirl – sheer navy blue with blue shimmer; shimmery
    Le sigh ถอนหายใจหน่อย เพราะสีนี้ทาแล้วออกมาไม่สวยเหมือนที่เห็นใน pan ค่ะ ใน pan จะเป็นสีฟ้าเนวี่บลู สีเข้มสวยเชียวแต่ว่าจะพยายามทาบนตาให้ได้สีแบบที่เห็นนั้นแทบเป็นไปไม่ได้เลย เนื้อมันบาง แห้ง และเกลี่ยก็ไม่ค่อยดีอย่างที่ควรจะเป็น แถมต้อง build กันเยอะด้วยกว่าจะเห็นสีชัดเจน
  • Frosting – rusty brown; matte
    ส่วนสีนี้ชอบค่ะ! เนื้อนุ่ม เนียนมาก เกลี่ยก็ง่ายมาก สีเข้มชัดเจนอีกต่างหาก เราชอบใช้สีนี้ลงบริเวณ crease เป็นสี transition
  • Peanut Butter – bronze; metallic
    ถ้าไม่มีสีบรอนซ์แบบนี้ในพาเล็ทก็ไม่ถือว่าเป็นพาเล็ทนิวทรัลที่สมบูรณ์เนอะ! สีนี้คุณภาพดีด้วยค่ะ เนื้อสีชัดเจน นุ่มแบบครีมเลย เกลี่ยก็แสนง่าย

L-R: Rum Raisin, Mousse, Caramel, Bon Bon, and Butter Pecan

L-R: Rum Raisin, Mousse, Caramel, Bon Bon, and Butter Pecan

L-R: Rum Raisin, Mousse, Caramel, Bon Bon, and Butter Pecan

  • Rum Raisin – purple brown taupe; metallic
    สีนี้เป็นสี taupe ที่แปลกดีค่ะ เพราะมันมีสีน้ำตาลและม่วงผสมด้วย เนื้อสีดี เนียนอย่างกับเนย นุ่ม เกลี่ยง่าย ความเข้มสีจะเบาหน่อยตอนเริ่มทาแต่ว่ามัน build ให้เข้มขึ้นได้ง่ายอยู่ค่ะ
  • Mousse – light brown; matte
    สีนี้ทาบนตาแล้วได้สีเข้มขึ้นกว่าที่เห็นในพาเล็ท เนื้อแม็ทดีมากอย่างกับครีม สีเข้มชัดเจน เกลี่ยง่ายไม่เป็นจ้ำ ๆ เนื้อสีไม่หลุดร่อนเป็นผง ๆ ง่ายด้วยถือว่าเป็นอีกหนึ่งข้อดี
  • Caramel – coppery gold; metallic
    สีนี้มองดูแล้วสีน่าจะเข้มดีนะ ตอน swatch บนแขนก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่ว่าพอทาลงบนตาจริง ๆ เรารู้สึกว่าต้องทาทับหลายรอบเลยอยู่เหมือนกันกว่าจะได้ความเข้มสีตามต้องการ แต่อย่างน้อยเนื้อมันก็ดีอยู่ค่ะ เนียน creamy แค่ตอนใช้อย่าเกลี่ยเยอะเกินไม่งั้นจางออกหมด
  • Bon Bon – rose gold; metallic
    สีนี้เป็นเนื้อแบบเมทาลิคเหมือนกันกับ Caramel ข้าง ๆ แต่ว่าเนื้อสีดีกว่าค่ะ นุ่มกว่า ครีมมี่กว่า แต่ว่ามันก็แตกเป็นผง ๆ ง่ายกว่าด้วย ตอนใช้ให้ระวัง แตะเบา ๆ ส่วนความเข้มสีก็เหมือนกันคือเบาต้องทาทับหลายรอบบนตา
  • Butter Pecan – pale champagne; frosted
    สีสุดท้ายเป็นสีสำหรับไฮไลท์ค่ะ สีคุณภาพดี ความเข้มสีชัดเจน เนื้อเนียน นุ่ม ทาง่าย ส่วน finish มันจริง ๆ แล้วนี่ก็ขึ้นอยู่กับว่าทาหนักทาเบาแค่ไหนนะคะ ถ้าทาเบา ๆ ก็ได้ออกประมาณชิมเมอร์ ทาหนักเยอะหน่อยก็อาจจะเป็นแบบฟรอสท์เลย บางทีเวลาเราอยากได้สีไฮไลท์เบา ๆ เราก็จะผสมสีนี้กับสี Coconut Crème แล้วลงค่ะ ก็จะได้สีสว่างไฮไลท์ที่อ่อนลงมาหน่อย

ส่วนเรื่องความติดทนนั้นถือว่าดีค่ะ หากทาทับบนไพรเมอร์นะ ติดทนนาน สีสดใสตลอดวันทำงาน แต่ว่าสีที่อ่อนกว่าหน่อยก็อาจจะมีซีดลงบ้างเล็กน้อย แต่ไม่มาก ส่วนเรื่องสีตกตามริ้วรอยและเปื้อนหรือไหลนั้น เราไม่พบว่ามีปัญหาในส่วนนี้ค่ะ

The eye look

Too Faced Semi-Sweet Chocolate Bar Eyeshadow Palette

Too Faced Semi-Sweet Chocolate Bar Eyeshadow Palette

สำหรับ look นี้เราเริ่มที่สี Coconut Crème เป็นสีเบสก่อน ตามด้วยสี Frosting ลงให้ทั่วตา จากนั้นก็เน้นมุมตาด้านนอกให้ลึกด้วยสี Licorice เราใช้สี Bon Bon เป็นสีไฮไลท์มุมหัวตาด้านใน จากนั้นลงสี Caramel บาง ๆ ตรงบริเวณขอบตาล่างตรงกลาง ปิดท้ายด้วยสีผสมกันระว่าง Coconut Crème and Butter Pecan ใต้คิ้วค่ะ ง่าย รวดเร็ว ไม่ยุ่งยาก! :)

ส่วนสีลิปสติกบนปากคือ Make Up For Ever Rouge Artist Intense สี 12 Pearly Mauve ค่ะ (US$20; Sephora)

Too Faced Semi-Sweet Chocolate Bar Eyeshadow Palette

Too Faced Semi-Sweet Chocolate Bar Eyeshadow Palette

Too Faced Semi-Sweet Chocolate Bar Eyeshadow Palette

Too Faced Semi-Sweet Chocolate Bar Eyeshadow Palette

เปรียบเทียบกับพาเล็ท Chocolate Bar

Top: Chocolate Bar; Bottom: Semi-Sweet Chocolate Bar

Top: Chocolate Bar;
Bottom: Semi-Sweet Chocolate Bar

Top: Chocolate Bar; Bottom: Semi-Sweet Chocolate Bar

Top: Chocolate Bar;
Bottom: Semi-Sweet Chocolate Bar

Top: Chocolate Bar; Bottom: Semi-Sweet Chocolate Bar

Top: Chocolate Bar;
Bottom: Semi-Sweet Chocolate Bar

อย่างที่บอกนะคะว่าพาเล็ทใหม่ Semi-Sweet Chocolate Bar นั้นทาจริง ๆ แล้วเราว่าสีมันเย็นกว่าพาเล็ท Chocolate Bar อันแรก ถึงแม้ว่าแบรนด์จะบอกต่างกันก็ตาม เราชอบพาเล็ทใหม่โอเคอยู่ แต่หากบังคับให้เลือกระกว่างสองพาเล็ทนี้ เราคงจะเลือกพาเล็ทแรก Chocolate Bar ค่ะ

เราคิดว่าสีของพาเล็ทแรกมันน่าสนใจกว่า มีสีม่วง ชมพู พลัม ผสมมาหลากหลาย พาเล็ทใหม่ Semi-Sweet Chocolate Bar นั้นสำหรับเราแล้วเราว่ามันมีสีน้ำตาลใกล้กันเยอะเกินไป และถ้ายิ่งเอาสีฟ้า Blueberry Swirl ออกไปแล้วด้วยนั้น (เพราะทำงานไม่ดี) เราว่ามันก็กลายเป็นพาเล็ทสีน้ำตาลเบลอ ๆ รวมกันไปหมด แต่ถึงกระนั้นก็ตาม เราก็ยังชอบที่พาเล็ทใหม่มีสีชมพูระยิบระยับ (Pink Sugar) และสีดำ (Licorice) มาให้ เราชอบใช้สีดำมาก สำหรับเรานั้นพาเล็ทที่มีสีดำมันจะดูสมบรูณ์แบบมากขึ้นเพราะเราใช้สีดำแต่งตาบ่อย

ท้ายสุดก็ขึ้นอยู่กับตัวคุณเองค่ะ ว่าชอบแบบไหน ถ้าทาสีน้ำตาลอย่างเดียวพาเล็ทใหม่ Semi-Sweet Chocolate Bar ก็น่าจะเหมาะกว่า หากใครชอบสีสันนิดนึงเราว่าเลือกพาเล็ทแรก Chocolate Bar ก็น่าจะใช้สนุกกว่าค่ะ :)

หากใครอ่านมาถึงจุดนี้แล้ว ขอบคุณและขอแสดงความยินดีค่ะ! ^_^' เวลารีวิวพาเล็ทอายแชโดว์ทีไร เราจัดเต็มทุกที ใส่เนื้อหาละเอียดพรึ่บ! แต่อย่างน้อยก็หวังว่ามันจะมีประโยชน์กับคุณนะคะ หากมีคำถามหรือคอมเม้นต์อะไรก็ทิ้งไว้ได้เสมอค่ะ :)

BUY ▶ US$49 | Sephora ○ Too Faced // Thailand ฿2,790 | Sephora

10 Comments So Far & Counting!


 
  • จ๋า พูดว่า:

    ชอบพาเลตแรกมากกว่าค่ะดูสีมันใช้ง่ายกว่ายังไม่เคยเจอแบร์นไหนทำพาเรตตัวที่2ได้ดีกว่าตัวแรกสักแบร์นเลยค่ะ

  • elle พูดว่า:

    พี่จ๋าคะหนูอยากทราบว่าถ้าหนูมี semi sweet แล้วหนูควรซื้อ chocolate bar มั้ยคะ ขอบคุณมากๆค่ะ :)

    • Jaa พูดว่า:

      ควรหรือเปล่าเหรอ พี่ว่าสีมันก็ใกล้ ๆ กันมากนะคะ ยิ่งถ้าทาลงไปบนตาแล้วก็อาจจะเหมือน ๆ กัน ถ้าชอบ Too Faced จริง ๆ จะซื้อเก็บไว้เป็นคอลเลคชั่นก็ดีค่ะ แต่พี่ว่าลองไปเล่นพาเล็ทอื่นของแบรนด์อื่นดูบ้างก็ดีน้า พาเล็ทของแบรนด์อื่นที่สวย หลากหลาย และมีคุณภาพดีมีเยอะเลย :)

  • sun พูดว่า:

    อ่านเข้าใจง่ายดีคะ ช้อบชอบ เพลินดี

    ถ้ามี lorac pro2 กับ chocolate bar แล้ว

    ควรมี lorac pro หรือ urban decay naked basic1 หรือ lorac pro metal ดีกว่าคะ

    ขอบคุณ

    • Jaa พูดว่า:

      LORAC PRO ค่ะ อันนี้คลาสสิกมากนะคะ ทุกคนต้องมี! ^_^ สีให้เลือกมีเยอะกว่า แถมเป็นสีที่หลากหลายและทาได้จริง แนะนำสุด ๆ ค่ะ

  • Ton พูดว่า:

    กำลังลังเลระหว่างตัวนี้กับnakad1 เนืองคุณภาพสีเเนะนำตัวไหนดีคะ

    • Jaa พูดว่า:

      ถ้าระหว่าง 2 ตัวนี้ เราคงจะซื้อ UD NAKED 1 ก่อนค่ะ เพราะคลาสสิคกว่าในเรื่องสี รวมถึงคุณภาพเนื้ออายแชโดว์ มันจะนุ่มกว่า ป่นกว่า เม็ดสีแน่นกว่า ติดทนดีกว่า และในอนาคตหากเริ่มเบื่อก็ค่อยมาซื้อ Chocolate Bar นี้ได้ค่ะ เพราะทั้ง 2 พาเล็ตเป็น permanent ทั้งคู่ สาเหตุหลักที่เราชอบ Chocolate Bar คือกลิ่นค่ะ หอมมาก ทาแล้วมีความสุข :)

LEAVE YOUR THOUGHT HERE. JOIN THE DISCUSSION!

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *