รีวิว Make Up For Ever Face & Body Liquid Make Up

Purchased by me, Affiliate links


view content in/เปลี่ยนภาษา ⇢ อังกฤษ  

เราพูดถึงรองพื้นตัวนี้ครั้งแรกในของโปรดประจำเดือนมีนาคม 2014 และหลังจากนั้นก็มีคน request เข้ามากันว่าอยากให้รีวิวตัวนี้ ณ ตอนนี้เราใช้แค่ Face & Body ของ Make Up For Ever กับของ MAC เท่านั้นในวันธรรมดาแต่งหน้าทั่วไป เดี๋ยวอีกซักพักถ้ามีโอกาสเราจะมารีวิวเปรียบเทียบระหว่าง 2 แบรนด์ให้ฟัง แต่ว่าวันนี้เราจะโฟกัสของ Make Up For Ever ก่อนละกันนะคะ

Make Up For Ever Face & Body Liquid Make Up

Make Up For Ever Face & Body Liquid Make Up

Make Up For Ever Face & Body Liquid Make Up

Make Up For Ever Face & Body Liquid Make Up

Make Up For Ever Face & Body Liquid Make Up

Make Up For Ever Face & Body Liquid Make Up

Make Up For Ever Face & Body Liquid Make Up

Make Up For Ever Face & Body Liquid Make Up

Make Up For Ever Face & Body Liquid Make Up มาในขวดแก้วมีที่ปั๊ม สิ่งที่น่าสนใจและเราว่าไม่เหมือนใครของตัวนี้คือเนื้อมันค่ะ ตอนเราเห็นตัวนี้ครั้งแรกที่ Sephora แล้วหยิบขึ้นมาดู มันเหมือนกับว่าข้างในขวดมันมีก้อน ๆ อะไรอยู่ก็ไม่รู้ ก้อนใหญ่มาก (เราพยายามจะถ่ายรูปของเราให้เห็นแต่ว่าทำไม่ได้ เพราะขวดเรายังเต็มอยู่) ตอนแรกนึกว่ารองพื้นหมดอายุ แต่ว่าจริง ๆ แล้วเนื้อมันเป็นอย่างนั้นเองค่ะ มันเป็นก้อน ๆ จับตัวกันลอยอยู่ใน base ที่เป็นน้ำ ลักษณะเหมือนประมาณ jello ตอนที่มันยังไม่แข็งน่ะค่ะ

ก่อนใช้ก็ต้องเขย่าขวดให้ดี ๆ ก่อนเลยเพื่อจะได้ mix 2 ส่วนให้เข้ากัน แต่กระนั้นก็เถอะ บางทีว่าเขย่าดีแล้วแต่ก็ยังปั๊มออกมาเป็นก้อน ๆ อยู่ แต่ไม่ต้องตกใจ เพราะว่าก้อนมันจะหายไปเมื่อทาลงไปบนผิว เนื้อมันจะออกกลายเป็นเจ็ลบาง ๆ ที่เกลี่ยและ blend ไปง่ายมาก ตัวนี้มีกลิ่นหอมของดอกไม้ด้วย (เหมือนผสมกันระหว่างกลิ่นกุหลาบกับแป้งเด็ก) กลิ่นแรงเอาการอยู่เหมือนกันแต่ว่าพอเซ็ทแล้วก็หายไปค่ะ

Make Up For Ever Face & Body Liquid Make Up

Make Up For Ever Face & Body Liquid Make Up

สีที่เห็นด้านบนนี้คือสี #32 Alabaster Beige ทำมาเพื่อคนที่ผิวขาวผสมเหลือง พูดถึงแล้วสีมันก็ไม่ได้ match เป๊ะกับผิวเราเลยหรอก (มันเหลืองเกินไปนิด และเข้มเกินไปหน่อย เราผิว NC30) แต่อย่างน้อยมันก็มี undertone สีเหลืองที่เข้ากับผิวเรา เราคิดว่าสีที่เหมาะสมจริง ๆ ของเราน่าจะตกระหว่าง 2 สีคือสี #20 Ivory (สำหรับผิวขาวผสม beige) และ #32 แต่เรายังไม่ซื้อเลย 2 สีหรอกเพราะว่าสี #32 มันก็ไม่ได้ถึงกับ mismatch อะไรมากนัก ลงพวก illuminizer primer กับ highlighter ข้างบนนิดหน่อยเราว่ามันก็โอเคแล้ว แล้วเดี๋ยวช่วง Summer พอเราผิวเข้มขึ้นอีกหน่อย เราว่าเบอร์ #32 ก็น่าจะ match พอดี

ตัวนี้ coverage จะแค่ light to medium นะคะ ลงชั้นแรกจะบางแต่ว่าก็พอทำให้ผิวดูเนียนขึ้นได้พอสมควรเลย ผิวเราไม่ได้ดีอะไรมาก ดังนั้นเราจะลงทับเพื่อให้ปกปิดดีขึ้นอีกหน่อย อย่างแถว ๆ บริเวณที่รูขุมขนกว้างเห็นชัดหรือบริเวณที่มีรอยแดง เนื้อมันบางก็จริงแต่ว่า build ได้เยอะเลยค่ะ โดยที่ไม่ทำให้รู้สึกหนักหน้าหรือดู cake แต่อย่างใด ถ้าใครที่มีสิวเห็นชัด สิวกำลังสุกอะไรงี้ หรือว่ามีพวกจุดด่างดำเยอะ ๆ ตัวนี้ไม่กลบนะคะ ต้องใช้ concealer เข้าช่วยด้วย

ตอนทาเรารู้สึกว่ามันเย็น ๆ ด้วยนะ เราไม่รู้ว่าคุณชอบรึเปล่า แต่เราชอบพวกผลิตภัณฑ์ที่ทาแล้วเย็น ๆ หน้าหน่อย สดชื่นดี :D ส่วน finish มันจะกึ่ง ๆ ระหว่าง dewy กับ satin ค่ะ ตอนทาใหม่ ๆ มันจะหนึบ ๆ เล็กน้อยแต่ว่าซัก 2-3 นาทีผ่านไปก็จะเซ็ทกลายเป็น skin-like finish เลย เหมือนผิวมาก เราไม่พบว่ามันจะไปเน้นรอยแห้งหรือ imperfections แต่อย่างใดด้วย สิ่งที่เราชอบมากที่สุดของตัวนี้คือมันทาแล้วหน้าไม่แบน flat หรือหมองค่ะ แต่ว่ามันจะไปทำให้หน้าดูสว่างใสขึ้น เหมือนมีโกลว์เบา ๆ เลยโดยเฉพาะตอนกระทบแสง This, is major L♥ve :)

Make Up For Ever Face & Body Liquid Make Up

Make Up For Ever Face & Body Liquid Make Up

เนื่องจากว่าตัวนี้เป็นสูตร water-based เพื่อป้องกันไม่ให้ทาแล้วดูเป็นเส้น ๆ เราจะใช้แปรงที่ขนแน่นปานกลางในการลง อย่างเช่น Hourglass Foundation/Blush Brush No. 2 หรือ Marc Jacobs The Face I – Liquid Foundation Brush No. 1 เรามีทั้ง 2 ตัวนี้และก็ชอบพอ ๆ กันเลย นิ้วมือก็ใช้ได้ค่ะ แต่ว่าเราขี้เกียจเลอะเทอะ เลยใช้แปรงมากกว่า แต่ไม่แนะนำให้ใช้ฟองน้ำค่ะ เพราะมันจะดูดเอาเนื้อรองพื้นเข้าไปเยอะเกิน

บางคนเขาบอกว่าพอใช้ตัวนี้แล้วไม่ต้องเซ็ทด้วยแป้งอีกก็ยังได้ แต่ว่าเราเป็นคนผิวมัน เราจะเซ็ทด้วยแป้งเสมอ อย่างน้อยก็เพื่อให้หน้าดู matte นิดนึงและเพื่อให้เครื่องสำอางติดทนนานขึ้น และแป้งที่เราใช้ควบคู่ไปกับตัวนี้ก็คือ Urban Decay Naked Skin Ultra Definition Loose Finishing Powder ค่ะ สองตัวนี้ใช้ด้วยกันแล้วหน้าเนียนมาก ดูรูปสุดท้ายของรีวิวนี้ค่ะ เราว่าผิวเราดูโอเคเลยนะ! :)

ตัวนี้ติดทนนานทั้งวันด้วย และบนผิวเราก็ไม่เห็นว่ามันจะ oxidize สีเข้มขึ้นหรือส้มขึ้นแต่อย่างใด และถึงแม้ว่ามันจะไม่ควบคุมมันได้ดีเว่อร์อย่างที่เราหวังไว้ แต่อย่างน้อยมันก็ไม่ได้ทำให้หน้าเรามันขึ้นกว่าเดิมแต่อย่างใด

Make Up For Ever Face & Body Liquid Make Up on NC30; L-R: straight from the bottle, unblended, and blended

Make Up For Ever Face & Body Liquid Make Up on NC30; L-R: straight from the bottle, unblended, and blended

Before and after

พร้อมรึยังกับการเห็นหน้าเปลือยของเรา! brace yourself พร้อมแล้วไปดูกันค่ะ! :D

Before:

Bare face

Bare face

After:

Wearing Make Up For Ever Face & Body Liquid Make Up

Wearing Make Up For Ever Face & Body Liquid Make Up

Side by side:

Before (L) and after (R)

Before (L) and after (R)

Finish with minimal makeup

Completed look

Completed look

ตัวนี้ไม่มีกันแดดผสมมาด้วย ดังนั้นปลอดภัยกับการถ่ายรูปที่ใช้ flash ค่ะ นอกจากนี้ก็ไม่มีส่วนผสมของ silicone แต่ว่ามีส่วนผสมของ Methylparaben และ Propylparaben เป็นสารกันเสียค่ะ จนถึงวันนี้เราไม่เห็นว่ามันจะทำให้หน้าเราเป็นสิวหรือแพ้อะไรแต่อย่างใดนะ ก็หวังว่าจะเป็นเช่นนี้ต่อไป! ถ้าใครกำลังมองหารองพื้นที่น้ำหนักเบา เป็น water-based สำหรับใช้ในวันสบาย ๆ เราแนะนำตัวนี้เลยค่ะ :)

BUY ▶ US$40 | SephoraAmazon // Thailand ฿1,850 | Sephora

LEAVE YOUR THOUGHT HERE. JOIN THE DISCUSSION!

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *