รีวิว YSL Touche Éclat Blur Primer

Purchased by me, Affiliate links


view content in/เปลี่ยนภาษา ⇢ อังกฤษ  

เราเชื่อในเรื่องการทาไพรเมอร์ค่ะ มันเป็นขั้นตอนสำคัญสำหรับเราเลย คือเวลาใช้แล้วเรารู้สึกปลอดภัยว่ามันเหมือนมีชั้นบาง ๆ กั้นผิวเราออกจากชั้นเครื่องสำอางไว้ มันก็เหมือนกันกับเวลาคุณทา base coat บนเล็บก่อนทาสีเล็บน่ะค่ะ ก็เพื่อให้สีเล็บติดทนนานขึ้นและเพื่อป้องกันไม่ให้สีทาเล็บทำอันตรายต่อเนื้อเล็บ เราเป็นคนผิวมัน เป็นสิวง่าย และผิวเป็นผิวผู้ใหญ่แล้วเราจึงค่อนข้างจะเลือกมากเรื่องสูตรของไพรเมอร์นิดนึง ปกติแล้วอะไรที่มีซิลิโคนผสมเยอะ ๆ เนี่ยะเราทาแล้วจะไม่ค่อยได้ผลดีค่ะ ดังนั้นพอเห็นไพรเมอร์ตัวใหม่ของ YSL ตัวนี้เราก็เลยมีแอบกังวลเล็กน้อย และมันไม่ได้มีแค่ซิลิโคนผสมมากมายอย่างเดียวนะ มันยังมีน้ำมันอื่น ๆ ผสมอีกตั้ง 4 อย่าง! คือก่อนเริ่มใช้เนี่ยะเราก็เตรียมตัวเตรียมใจไว้แล้วล่ะว่ามันจะต้องออกมาไม่ดีแน่นอน แต่ว่าพอใช้แล้วกลับโล่งใจค่ะ ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงเลย เพราะมันใช้ได้ดีกับผิวเรา ทาแล้วผิวดูสวยจริง ๆ!

YSL Touche Éclat Blur Primer

YSL Touche Éclat Blur Primer

Touche Éclat Blur Primer ตัวนี้เป็นหนึ่งในสองผลิตภัณฑ์ใหม่ของตระกูล Touche Éclat จาก YSL ค่ะ อีกตัวคือ Touche Éclat Blur Perfector ซึ่งเดี๋ยวเราจะมารีวิวแยกให้ฟังอาทิตย์หน้า

Touche Éclat Blur Primer ตัวนี้มาในขวดแก้วใสหรูหรา มีหัวปั๊มที่มีฝาสีทองเงาวับครอบไว้อีกชั้น ตัวปั๊มทำงานดี กดแล้วได้เนื้อไพรเมอร์ออกมากำลังดี ไม่เยอะเกิน ไม่เละเทะ อย่างที่รู้กันว่า YSL นี่เขาเก่งเรื่องการออกแบบผลิตภัณฑ์ให้สวยหรูดูดี และดีไซน์ของขวดไพรเมอร์นี้เราว่าก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ยืนยันความจริงข้อนี้ค่ะ คือวางไว้บนโต๊ะเครื่องสำอางแล้วสวยจริงอะไรจริงจนอยากจะหยิบใช้มันซะทุกวัน! ส่วนคนไหนที่ต้องเดินทางบ่อย อาจจะต้องเทใส่กระปุกเล็ก ๆ แบ่งไปจะดีกว่าค่ะ เพราะขวดแก้วหนักเอาการเหมือนกัน

YSL Touche Éclat Blur Primer

YSL Touche Éclat Blur Primer

YSL Touche Éclat Blur Primer

YSL Touche Éclat Blur Primer

Touche Éclat Blur Primer ตัวนี้เขาบอกว่าทาแล้วจะทำให้หน้ากระจ่างใสมีประกายขึ้น เนื้อผิวและสีผิวจะเนียนเสมอกันขึ้น (มันจะดู “เบลอร์”) แถมยังช่วยปกปิดรูขุมขนอีกด้วย คือไพรเมอร์ส่วนมากก็จะอ้างประมาณนี้นะคะ แต่ว่าของ YSL ตัวนี้จะมี 3-4 อย่างที่พิเศษกว่าตัวอื่น มีอะไรบ้างนั้นมาฟังกัน

YSL Touche Éclat Blur Primer

YSL Touche Éclat Blur Primer

  1. มันมีเกล็ดสีทองระยิบระยับผสมมาในไพรเมอร์ด้วย! และมีเยอะมาก!
    ความจริงข้อนี้อาจจะทำให้คุณหลงใหลอยากได้ตัวนี้มากขึ้นหรือไม่ก็วิ่งหนีไปอีกทางเลยก็ได้ค่ะ! แต่สำหรับเราแล้วเราอยู่ในกลุ่มแรกคือวิ่งเข้าใส่ค่ะ! โอ้โห ไพรเมอร์ที่มีเกล็ดสีทองผสมสวยซะขนาดนี้ มันก็ต้องลองสิ! แต่ว่าก่อนที่จะตกใจไป เจ้าเกล็ดสีทองที่เห็นมากมายในขวดนี้ พอทาลงไปบนผิวจริง ๆ แล้วแทบจะมองไม่เห็นเลยค่ะ นอกจากว่าคุณจะส่องกระจกขยายใกล้ ๆ นั่นเลย ในระยะห่างปกติทั่วไป คุณจะไม่สามารถบอกได้เลยว่ามีอะไรอยู่บนหน้า แล้วอีกอย่างหลังจากคุณทารองพื้นทับคุณก็ไม่เห็นมันแล้วอยู่ดี แต่ตอนทาบนผิวเปล่า ๆ จะสังเกตได้ว่าผิวแอบสว่างขึ้นเล็กน้อยนะ แต่ว่าไม่ถึงกับเห็นชัดเจน โอเว่อร์ หรือระยิบระยับแบบกลิตเตอร์แน่นอน
  2. มีส่วนผสมของซิลิโคนเยอะมาก ดังนั้นทาแล้วผิวคุณรับรองได้ว่าจะให้สัมผัสที่นุ่มเนียนดั่งกำมะหยี่
    ก็เหมือน ๆ กับไพรเมอร์ทั่วไปที่มีซิลิโคนผสมเยอะ ๆ นะคะว่าหลังจากทาแล้วผิวคุณจะเนียนขึ้นเป็นพิเศษ แต่ว่าข้อเสียมันก็มีคืออะไรที่มีซิลิโคนเยอะส่วนมากทาแล้วจะรู้สึกหนักหน้า แต่ว่าของ YSL ตัวนี้มันแตกต่างจากตัวอื่นตรงที่ทาแล้วมันไม่รู้สึกว่าทาอะไรเลยค่ะ ไม่รู้สึกว่ามันเคลือบเป็นชั้นบนหน้าแต่จะรู้สึกว่ามันกลายเป็นส่วนหนึ่งไปกับผิวเลย ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะว่าเนื้อของตัวนี้มันลื่นมากค่ะ ทำให้สามารถเกลี่ยออกไปตามผิวให้เป็นชั้นบาง ๆ ได้ง่าย ทำให้เวลาใช้ก็ใช้แค่นิดเดียวก็พอ เราใช้ทีไม่ถึงครึ่งปั๊มเลย ซึ่งก็พอทาทั้งหน้าแล้วค่ะ
  3. มีน้ำมันผสมด้วย 4 ชนิด ได้แก่ corn oil, apricot kernel oil, passiflora oil และ rice bran oil เพื่อบำรุงผิวและให้ผิวคงความนุ่มไว้
    มีน้ำมันเยอะมาก! คือเราเห็นข้อมูลตรงนี้แล้วเราก็กะไว้เลยในใจว่าทาแล้วหน้าจะต้องมันเยิ้มแน่นอน แต่ว่ามันก็ไม่เคยเป็นอย่างนั้นเลยค่ะ เราอยู่ในสภาพอากาศร้อนมาก ผิวก็มัน แต่ไม่เคยเลยสักครั้งที่ใช้ตัวนี้แล้วจะรู้สึกหนักหน้าหรือหน้ามัน เราคิดว่ายิ่งคนที่ผิวแห้งหน่อยน่าจะชอบตัวนี้มากขึ้นไปอีก
  4. กลิ่นหอมเลอค่าสุด ๆ!
    ตัวนี้มีกลิ่นหอมประมาณดอกไม้ คล้าย ๆ กลิ่นกุหลาบที่แรงแต่ว่าไม่แรงเกินโอเว่อร์อะไร กลิ่นติดทนประมาณ 10-15 นาทีหลังทา สำหรับใครที่ผิวแพ้น้ำหอมก็อาจจะต้องลองแค่ขนาดทดลองก่อน เพราะว่าน้ำหอมนี่เป็นตัวที่ 3 ใน ingredient list เลยค่ะ สำหรับเราแล้วเรื่องกลิ่นน้ำหอมไม่เคยรบกวนเราค่ะ เรากลับพบว่ากลิ่นมันหอมมาก หอมแบบเลอค่าเลยด้วยซ้ำ
YSL Touche Éclat Blur Primer

YSL Touche Éclat Blur Primer

YSL Touche Éclat Blur Primer

YSL Touche Éclat Blur Primer

YSL Touche Éclat Blur Primer unblended (L) and blended (R)

YSL Touche Éclat Blur Primer unblended (L) and blended (R)

YSL Touche Éclat Blur Primer

YSL Touche Éclat Blur Primer

ส่วนเรื่องการทำงานนั้น เราพบว่าตัวนี้สามารถเบลอร์สิ่งไม่ดีบนหน้าได้อย่างที่อ้างมาจริง ดังที่คุณจะเห็นในรูปหน้าเต็มของเราด้านล่างว่าพวกริ้วรอยบนหน้าผากและความไม่เสมอกันของผิวเรานั้นมันดูซอฟท์ขึ้นจริง ๆ ส่วนรูขุมขนกว้างบนจมูกและแก้มด้านในด้านขวาก็ดูจะเลือนลางขึ้นด้วย ผิวโดยรวมดูแล้วเนียนขึ้น เสมอกันขึ้น รอยแห้งก็ดูจะชุ่มชื้นขึ้นและถูกปกปิดชัดเจน แถมดูแล้วมันเหมือนจะทำให้หน้าเราแม็ทขึ้นและสว่างขึ้นเล็กน้อยด้วยค่ะ หน้าเราไม่มันเยิ้มหรือดูหนึบแต่อย่างใดเลย

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ตัวนี้ยังทำได้ไม่ดีคือเรื่องของการปรับสีผิวให้เสมอกันและลดรอยแดงบนแก้มเรา เพราะว่าทาแล้วเราไม่เห็นความแตกต่างบนบริเวณเหล่านี้เปรียบเทียบกับเมื่อไม่ทา คือความจริงตรงนี้ก็ไม่น่าจะไปหวังให้ตัวนี้ช่วยได้หรอกเพราะว่ามันเป็นไพรเมอร์เจ็ลใสน่ะค่ะ ไม่ได้มีเม็ดสีอะไรผสมมาด้วยที่พอทาแล้วจะได้ไปช่วยปรับสีผิวให้เท่ากันขึ้น ส่วนใครที่หวังว่ามันจะควบคุมมัน เราบอกได้เลยว่าตัวนี้ไม่มีผลตรงนั้นค่ะ เพราะว่าตกบ่ายบริเวณ T-zone บนหน้าเราก็ฉ่ำเหมือนเดิมอยู่ดีเหมือนตอนที่ไม่ได้ทา แต่อย่างน้อยเราก็ดีใจตรงที่มันไม่ได้ไปทำให้หน้ามันขึ้นกว่าเดิม ส่วนเรื่องการก่อการระคายเคืองนั้น เราไม่พบว่าตัวนี้จะทำให้หน้าเราระคายเคืองหรือเป็นสิวแต่อย่างใดตั้งแต่ใช้มาค่ะ

Wearing YSL Touche Éclat Blur Primer (R)

Wearing YSL Touche Éclat Blur Primer (R)

รีวิวแรก ๆ ของตัวนี้ (ซึ่งส่วนใหญ่บอกว่าไม่ดี) ทำให้เราไม่มั่นใจกับตัวนี้ค่ะ คืออ่านแล้วเราเตรียมใจผิดหวังเลย แต่ว่าจากประสบการณ์การใช้จริงของเราเองแล้วมันกลับตรงกันข้ามเลย เราว่าสิ่งสำคัญที่ต้องระลึกไว้เสมอเวลาใช้ตัวนี้ให้ได้ผลดีที่สุดคือ ต้องใช้ในปริมาณที่น้อยที่สุดเท่าที่จะน้อยได้ พวกไพรเมอร์เนี่ยะ คงทราบกันดีอยู่แล้วว่าใช้ยิ่งน้อยยิ่งดีค่ะ แล้วเนื้อซิลิโคนกึ่งเจ็ลของตัวนี้นี่อย่างที่บอกว่ามันเกลี่ยลื่นไปกับผิวได้ง่ายมาก ดังนั้นไม่มีความจำเป็นที่จะต้องทาพอกหนา ๆ เลย เยอะเกินเดี๋ยวหน้าก็จะลื่นมันเกินไปเปล่า ๆ นอกจากนี้เราพบว่าอีกหนึ่งข้อสำคัญก็คือควรจะรอให้เนื้อมันแห้งและเซ็ทตัวหลังทาประมาณ 3-4 นาทีก่อนตามด้วยรองพื้นหรือเครื่องสำอางอื่น มันจะเซ็ทกลายเป็นชั้นบาง ๆ ที่มองไม่เห็นสัมผัสไม่รู้สึกค่ะ เหมือนมันจะกลายเป็นหนึ่งเดียวไปกับผิวเลย (จากประสบการณ์เราพวกไพรเมอร์ซิลิโคนตัวอื่นนี่จะไม่เซ็ทนะคะ มันก็จะคงความลื่นของมันไว้แบบนั้น) ทำให้สามารถทารองพื้นได้ง่ายขึ้นและรองพื้นติดผิวดีขึ้นและสุดท้ายก็จะช่วยให้เครื่องสำอางคุณติดทนนานขึ้นค่ะ

หากใครสนใจอยากลองตัวนี้อยู่ ตอนนี้ Sephora เขากำลังแจกขนาดทดลองค่ะเมื่อคุณซื้อสินค้าครบ US$25 หรือมากกว่า ให้ใส่โค้ด VIBBLUR ตอนเช็คเอาท์ ขนาดทดลองนี้เป็นขนาด deluxe ค่ะ แถมมันมาพร้อมกับขนาดทดลองของตัว Touche Éclat Blur Perfector ด้วย!

BUY ▶ US$52 | Sephora ○ Nordstrom ○ YSL // Thailand ฿1,850 | Central

LEAVE YOUR THOUGHT HERE. JOIN THE DISCUSSION!

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *