รีวิว Yadah All Day Cushion SPF50+ PA+++ (Be My Cushion)

Yadah All Day Cushion SPF50+ PA+++ (Be My Cushion)

PR sample


view content in/เปลี่ยนภาษา ⇢ อังกฤษ  

ตอนที่เราได้ลองใช้ครีมกันแดด Oh My Sun Slush Sunscreen SPF50+/PA+++ (รีวิว) ของแบรนด์ Yadah เมื่อไม่นานมานี้เรารู้สึกประทับใจมาก ดังนั้นตอนจะเริ่มลองตัว All Day Cushion นี้เราก็ค่อนข้างจะตั้งความหวังไว้สูงพอสมควร เพราะอย่างที่รู้ ๆ กันว่าแบรนด์เกาหลีนี่เขาเก่งเรื่องคุชชันอยู่แล้ว เรามีคุชชันไม่เยอะเท่าไหร่ก็เลยค่อนข้างจะดีใจเวลาที่ได้หามาลองเพิ่ม แต่ว่าตัวนี้จะดีงามอย่างที่หวังไว้รึเปล่านะ ไปอ่านรีวิวกันค่ะ!

Yadah All Day Cushion SPF50+ PA+++ (Be My Cushion)

Yadah All Day Cushion SPF50+ PA+++ (Be My Cushion)

Yadah All Day Cushion SPF50+ PA+++ รุ่นนี้เขาเพิ่งได้เปลี่ยนชื่อใหม่เป็น Be My Cushion SPF50+ PA+++ ค่ะ แต่เท่าที่ทราบหน้าตาคอมแพ็คและสูตรข้างในยังเหมือนเดิม มาในรูปแบบตลับกลมด้านในมีกระจกตามสไตล์คอมแพ็คคุชชันแต่อันนี้มีสีชมพูพลาสติกเนื้อแม็ทสีสดสว่างมาก น่าจะดึงความสนใจได้ทั้งจากเด็กวัยรุ่นและผู้ใหญ่! Sonyunara นี้เป็น shopping mall สำหรับเด็กวัยรุ่นที่เกาหลีดังนั้น Yadah x Sonyunara collaboration ก็น่าจะ target กลุ่มลูกค้ากลุ่มนี้เป็นส่วนใหญ่ซึ่งน่าจะเป็นวัยที่กำลังเริ่มแต่งหน้า

Yadah All Day Cushion SPF50+ PA+++ (Be My Cushion)

Yadah All Day Cushion SPF50+ PA+++ (Be My Cushion)

Yadah All Day Cushion SPF50+ PA+++ (Be My Cushion)

Yadah All Day Cushion SPF50+ PA+++ (Be My Cushion)

ตัวคอมแพ็คมีข้อดีกิ๊บเก๋อยู่อย่างหนึ่งคือมีระบบ “auto closing system” ซึ่งก็คือฝาปิดด้านในมันจะมีเหมือนปีกยกสูงขึ้นมาที่พอปิดฝาคอมแพ็คลงมาแล้วมันก็จะไปกดปีกนี้ให้ปิดลงเองโดยอัตโนมัติ ผนังคอมแพ็คออกแบบมาให้เป็น 2 ชั้นเพื่อช่วยควบคุมไม่ให้เนื้อรองพื้นระเหย พัฟที่ให้มาก็เป็นพัฟโพลียูรีเทน (หรือรูบี้เซลล์) กันแบคทีเรียที่มีเนื้อนุ่มและเนียนดี แต่มันดูดเนื้อรองพื้นได้ฉ่ำง่ายเกินไปนิดในความรู้สึกเรา ถึงแม้ว่าจะกดลงไปเบา ๆ ก็ตาม ตอนใช้ต้องมือเบานิดนึงเลยค่ะ

Yadah All Day Cushion SPF50+ PA+++ (Be My Cushion)

Yadah All Day Cushion SPF50+ PA+++ (Be My Cushion)

Yadah All Day Cushion SPF50+ PA+++ (Be My Cushion)

Yadah All Day Cushion SPF50+ PA+++ (Be My Cushion)

เราหาลิสท์ส่วนผสมของตัวนี้ไม่เจอแต่จากข้อมูลที่พอหาได้มันมีส่วนผสมของวิตามิน C และ E รวมถึงสารสกัดจากดอกไม้ marigold ที่ช่วยเรื่องป้องกันรังสีแดด นอกจากนี้ก็มีน้ำลาเวนเดอร์ใส่ลงมาด้วยเพื่อช่วยเรื่องความชุ่มชื้นและให้กลิ่นหอม แต่เราดม ๆ แล้วก็ไม่ได้กลิ่นลาเวนเดอร์อะไรนะคะ แต่จะเป็นกลิ่นแบบสดชื่น ๆ แทน ที่ทาแล้วทำให้ผิวรู้สึกเย็นดีด้วยนิดหน่อย แต่อยู่ไม่นานค่ะ ทาปุ๊บก็หายไป

Yadah All Day Cushion SPF50+ PA+++ (Be My Cushion)

Yadah All Day Cushion SPF50+ PA+++ (Be My Cushion)

เขาบอกว่าตัวนี้ติดทนและปกปิดดีตลอดวัน (นั่นคือที่มาของชื่อ “All Day”) แถมยังช่วยปรับผิวให้ชุ่มชื่นและให้ finish แบบ porcelain ด้วย (นึกอารมณ์ประมาณกระเบื้องเคลือบขาว ๆ เนียน ๆ ผุดผ่องไร้ที่ติ) จากประสบการณ์การใช้ของเราเราพบว่ามันก็ติดทนนานจริงนะคะ ขนาดเราทาออกไปนั่งริมทะเลที่แดดเปรี้ยง ๆ แถมอากาศก็ชื้น กลับมาบ้านก็พบว่ามันก็ยังติดทนดี แต่หากหลัง 6-7 ชั่วโมงไปแล้วมันจะเริ่มเฟดนิดหน่อยโดยเฉพาะบริเวณ T-zone เนื้อของตัวนี้เรารู้สึกว่ามันหนาไปนิดนึงด้วยนะสำหรับเรา แต่อย่างที่บอก เขาออกแบบสูตรมาเพื่อให้ได้ผิวแบบ porcelain look มันก็เลยอาจจะต้องหนานิดนึง เนื้อสัมผัสแล้วก็นุ่มครีมมี่ดี ทาแล้วให้ระดับการปกปิดแบบปานกลางที่สามารถลบเลือนรอยแดงรอยด่างบนผิวรวมถึงรูขุมขนกว้างได้ดี

แค่ตอนกดพัฟลงไปบนคุชชันต้องระวังอย่ากดแรงค่ะ เพราะเนื้อรองพื้นใต้คุชชันมันค่อนข้างจะเปียกและชุ่มพอสมควรเลย (ดังรูปด้านล่าง) หากกดลงไปหนักเกิน ทาแล้วผิวจะดูเค้กและหนามาก หากครั้งไหนที่กดหนักเกินไปและได้เนื้อรองพื้นติดขึ้นมาบนพัฟเยอะเกิน เราแนะนำให้ใช้พวกฟองน้ำ Beautyblender ช่วยเกลี่ยจะดีกว่า มันจะช่วยกระจายเนื้อให้บางลงและเนียนขึ้นได้ดีกว่ามาก

Yadah All Day Cushion SPF50+ PA+++ (Be My Cushion)

Yadah All Day Cushion SPF50+ PA+++ (Be My Cushion)

เราพบว่ามันค่อนข้างจะไปเน้นพวกรอยแห้งด้วยนะ บอกตามตรงเราทาแล้วผิวเรายังไม่ค่อยรู้สึกชุ่มชื่นมากอะไรเท่าไหร่ แถมไม่ได้คุมมันด้วย แต่อย่างน้อยทาแล้วก็ไม่ได้ทำให้หน้าเรามันกว่าเดิม แต่ที่ผิดหวังมากกว่าคงเป็นเรื่องสี เพราะตอนที่เราได้ของมามันมีแค่สีเดียวคือสี #21 Light Beige ซึ่งเป็นสีอมชมพูที่ขาวเกินไปสำหรับผิวเรา (ผิวเราอยู่ประมาณ MAC NC30) ถึงแม้ว่าหลังทาสีมันจะ oxidize เข้มขึ้นนิดนึงด้วยแล้วแต่มันก็ยังขาวเกินไปสำหรับเราอยู่ดี แต่ว่าข่าวดีคือตอนนี้แบรนด์เขาได้ผลิตสีเพิ่มขึ้นมาอีก 1 สีแล้ว (#23) เป็นโทนเหลืองที่น่าจะเข้ากับผิวสีเหลืองได้ดีกว่า สำหรับเราแล้วเราคงจะเก็บเบอร์ #21 นี้ไว้สำหรับการไฮไลท์มากกว่า

Yadah All Day Cushion SPF50+ PA+++ (Be My Cushion) unblended (L) and blended (R)

Yadah All Day Cushion SPF50+ PA+++ (Be My Cushion) unblended (L) and blended (R)

และนี่คือผลการทาหลังจากลง 1 ชั้น:

Wearing Yadah All Day Cushion SPF50+ PA+++ (Be My Cushion)

Wearing Yadah All Day Cushion SPF50+ PA+++ (Be My Cushion)

จริง ๆ มันควรจะให้ finish แบบซาตินนะ และมีความโกลว์ด้วยนิด ๆ แต่สำหรับเราแล้วเราว่ามันรู้สึกค่อนข้างแม็ทเลยทีเดียว และถึงแม้ว่าเนื้อมันจะหนาแต่ว่าพอทาไปบนผิวแล้วกลับไม่รู้สึกหนาหรือหนักแต่อย่างใด ความขาวที่เห็นในรูปด้าน After นั้นก็คงจะมาจากผลของการใช้สีที่ขาวเกินกว่าผิวจริงรวมถึงความที่มันมี SPF สูงด้วย แต่หากตามด้วยบรอนเซอร์แล้วหน้าก็จะดูโอเคขึ้นมากค่ะ

กันแดด: เช็ค ปรับผิวให้ขาว: เช็ค เช็ค! ทำได้จริง แต่เรื่องช่วยลดเลือนริ้วรอยนี้เราตอบไม่ได้จริง ๆ เพราะยังไม่ได้ใช้มันนานขนาดนั้น

เราคงต้องบอกกันตามตรงว่าเรายังรู้สึกไม่แน่ใจกับคุชชันตัวนี้เท่าไหร่ เพราะมันยังตอบโจทย์ผิวเรา ณ ตอนนี้ได้ไม่ดีนัก คือ look แบบ porcelain แนวแม็ทนี่มันไม่ใช่ look ที่เราต้องการในวัยนี้ แต่ก็ต้องยอมรับว่ามันให้ระดับการปกปิดได้ดีทีเดียวเมื่อเทียบกับคุชชันตัวอื่น ๆ การที่มันมี SPF สูงนั้นก็ดี แต่ว่าสีที่ขาวเกินไม่เข้ากับผิวอันนี้เรารับไม่ได้จริง ๆ แต่นั่นก็ไม่ใช่ความผิดของตัวคุชชัน โดยรวมแล้วเรารู้สึกว่ามันเป็นคุชชันที่ออกแบบมาไว้สำหรับผิววัยรุ่นหรือผิวที่ไม่ต้องการพิธีรีตองอะไรมากกว่า

แล้วคุณใช้รองพื้นคุชชันรึเปล่า? มีตัวโปรดมั้ยคะ?

BUY ▶ US$19 (no refill) | BBCosmetic

Coupon Code

Enter BBJAA at checkout to receive 8% off your order at BBCosmetic.com

Disclosure: The featured product was provided free of charge for review consideration. All opinions expressed herein are honest and my own.

LEAVE YOUR THOUGHT HERE. JOIN THE DISCUSSION!

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *