กลับมาอเมริกาแล้ว!

Hello Jaa back to America!

สวัสดีค่า เรากลับมา(อีก)แล้ววว! จำได้มั้ย เมื่อตอนเดือนมกราคมเราเกริ่นไว้ว่าจะมีข่าวใหญ่มาแชร์ วันนี้เราพร้อมเล่าสู่กันฟังแล้วค่ะ คือหลังจากที่ได้ย้ายกลับไปกลับมาระหว่างประเทศไทยกับอเมริกาอยู่หลายครั้ง (2004 ย้ายมาอเมริกา, 2007 ย้ายกลับไทย, 2010 ย้ายมาอเมริกา, 2015 ย้ายกลับไทย!) สุดท้ายเมื่อต้นปี 2018 นี้เราตัดสินใจย้ายกลับมาอเมริกาถาวรค่ะ! เอิ่ม.. จริง ๆ แล้วเราไม่ควรพูดว่าถาวรเนอะ เพราะอะไร ๆ ในโลกนี้ล้วนไม่แน่นอน อย่างเมื่อตอนย้ายกลับไทยรอบที่แล้วเราก็บอกว่าถาวร แล้วเป็นไงล่ะ ย้ายกลับมาอเมริกาอีกละ :D

ที่ตลกกว่านั้นคือ ตอนย้ายกลับไทยใหม่ ๆ เราตั้งใจว่าโอเค จะปักหลักปักฐานไม่ย้ายละ แต่อยู่ได้แค่ปีเดียวเราก็ย้ายไปลาว เพราะว่าได้ job offer ที่ดีมาก ไม่สามารถปฏิเสธได้ ก็ย้ายไปลาวปี 2016 แล้วก็ไม่ได้กลับมาไทยอีกจนถึงปี 2018

ชีวิตเราเริ่มย้ายตั้งแต่อายุ 12 ปี ลองนับดูแล้วจนถึงวันนี้เราย้ายที่อยู่มาแล้ว 11 ครั้ง ตอนแรก ๆ ก็แค่ย้ายหอ ย้ายอพาร์ทเมนท์ จากนั้นก็เริ่มย้ายบ้าน แล้วต่อมาก็ย้ายประเทศ และไม่ใช่ประเทศใกล้ ๆ ด้วยสิ แต่เป็นประเทศที่อยู่คนละซีกโลกกันเลย คือตอนนี้เรามาถึงจุดที่แบบว่าไม่อยากจะย้ายอีกแล้ว อยากจะปักหลักปักฐานจริงจังซักที อยากจะเริ่มสร้างอะไรให้มันถาวร ย้ายทีนี่เหนื่อยนะคะ เสียพลังงาน เสียเวลา เสียเงิน แถมต้องใช้ความอดทนสูง และอื่น ๆ อีก แถมทำให้คนรอบข้างรู้สึกเศร้าด้วย คือเราไม่อยากจะย้ายอีกแล้วจริง ๆ

กลับมาเข้าเรื่องต่อดีกว่า คือรอบนี้เราก็หายจากอเมริกาไปถึง 3 ปีเนอะ คือดู ๆ แล้วก็ไม่ได้นานอะไรมาก แต่จริง ๆ มันก็มีอะไรเปลี่ยนไปเยอะเหมือนกันนะ เราจะสุ่มเลือกมาเล่าคร่าว ๆ ให้ฟังว่ามีอะไรเปลี่ยนไปบ้างสำหรับเรา หากใครมีอะไรเพิ่มเติมอยากแชร์ก็คอมเม้นท์ได้เลยค่ะ! :)

สิ่งใหม่ ๆ ในอเมริกา

1. Chip cardsเราไป Target มา แล้วพนักงานบอกว่าบัตร REDcard เราใช้ไม่ได้แล้วนะ เพราะตอนนี้เขาใช้บัตรชิปการ์ดกันหมดแล้ว! แล้วสุดท้ายเราก็ได้อัพเกรดบัตรเครดิตของที่นี่ทุกใบให้เป็นชิปการ์ดให้หมด แล้วต่อไปนี้ก็ไม่มีการรูดบัตรอีกแล้ว แต่จะเสียบด้านที่มีชิปเข้าไปในเครื่องอ่านแทนแล้วก็รอ เราว่าวิธีการรูดบัตรสนุกกว่าเยอะเลยอ้ะ ;)
2. Play! by Sephoraเราจำได้ว่ากล่องนี้ออกมาแป๊บเดียวหลังจากที่เราย้ายกลับไทยปี 2015 เรารู้สึกเสียใจเลยนะ เพราะอยากลองมากไง ตอนนี้กลับมาอเมริกาแล้ว ก็เลยเป็นสิ่งแรกที่เราสมัครสมาชิกทันที ฮ่า ๆ ตื่นเต้น ๆ จะได้กล่องแรกแล้ว!
3. Live TV streamingDirecTV Now, Sling TV, YouTube TV, PlayStation Vue, Hulu with Live TV ฯลฯ โอ้โห มีหลากหลายทางเลือกมาก คือแบบนี่เรามาถึงจุดที่ว่าเราสามารถดูทีวีได้จากทุกที่แล้วนะ เราคงจะไม่กลับไปสมัครเคเบิลอีกแล้วล่ะ
4. Netflixตอนอยู่ไทย/ลาว เราลองใช้บริการ Netflix International ดู เราว่ามันมีอะไรให้ดูน้อยมาก ๆ ตอนนี้เราสวิทช์กลับมาเป็น Netflix US แล้ว แล้วก็แบบตกตะลึงมากกับความหลากหลายของ TV shows มันเยอะไปหมด คือแบบมันมี TV show สำหรับทุกสิ่งเลยก็ว่าได้ แล้วคนที่นี่เขาติดตามกันหมดไว้หรือนี่?!
5. US visasอยากจะบอกว่าตอนขอวีซ่าถาวรนี่เราแทบไม่อยากจะเชื่อถึงปริมาณเอกสารที่เราต้องเตรียมเลยค่ะ คือมันเยอะมากจนแบบอะไรจะขนาดนี้ เอกสารที่เขาต้องการนี่หนาพอ ๆ กับวิทยานิพนธ์ ป.เอก เราเลยก็ว่าได้! แถมมีหลายขั้นตอนอีกต่างหาก และค่าใช้จ่ายก็ไม่ใช่ถูก ๆ กฎหมายใหม่เกี่ยวกับ immigration ของประธานาธิบดี Trump นี่เคร่งครัดมาก มันทำให้การย้ายมาอเมริกายากขึ้นมาก คือเราก็ดีใจที่เคสเราผ่านมาได้ด้วยดีไม่ติดปัญหาอะไร แต่คือเราเข้าใจเลยว่าทำไมผู้คนถึงพยายามข้ามชายแดนมาแบบผิดฎหมาย เพราะสำหรับบางคนแล้ว การเข้ามาแบบถูกกฎหมายนี่มันไม่มีทางเป็นไปได้จริง ๆ ค่ะ
6. New makeup brandsเรารู้สึกว่าหันไปทางไหน ไม่ว่าจะนักร้อง นักแสดง ดีไซน์เนอร์ ยูทูปเบอร์ แต่ละคนก็เหมือนจะมีแบรนด์เครื่องสำอางของตัวเองกันหมดเลย? แถมแบรนด์จากเอเชียก็เข้ามาเยอะมาก! และ MAC ก็มีขายที่ Ulta กับ Sephora แล้วด้วย คือแบบ... ดีงาม! เรารู้สึกเหมือนว่าเราห่างจากโลกเครื่องสำอางไปเกือบ 30 ปี ฮ่า ๆ มีของใหม่ ๆ เต็มไปหมด ไม่รู้เหมือนกันว่าจะเริ่มต้นตามตรงไหนดี!
7. NARS, Tom Ford, Urban Decayข้อนี้ไม่ใช่อะไรใหม่ แค่อยากจะเล่าให้ฟัง คือตอนนี้เราเข้าใจแล้วเวลาที่คนพูดว่า packaging ของ NARS นี่ถ้าเก็บในประเทศแถบร้อนนี่มันจะละลายแล้วก็เหนียวหนึบหนับ คือมันเกิดขึ้นกับของของเราเองเลยค่ะ อันที่เป็นยาง ๆ น่ะเหนียวหนึบหมดเลย ตอนนี้ตลับบลัชและพาเล็ทต่าง ๆ ของ NARS ของเราก็เลยถูกห่อหุ้มอย่างดีด้วย saran wrap ฮ่า ๆ ส่วนลิปสติกของ Tom Ford ที่เราเก็บสะสมไว้ก่อนย้ายกลับไทยเราพบว่ามันเก็บได้ไม่ดีเลยในอากาศร้อน เพราะว่ากลิ่นวานิลลาที่แสนจะหอมหวลของมันนั้น เปลี่ยนสภาพกลายเป็นกลิ่นแบบสังเคราะห์ ๆ ไปซะงั้น แย่จริง :( และถ้าใครกำลังมองหาดินสออายไลน์เนอร์ที่ไม่ว่าจะเก็บในอากาศแบบไหนก็แล้วแต่แต่เนื้อยังคงนุ่มลื่นอยู่ เราแนะนำของ Urban Decay ค่ะ อันอื่น ๆ ของเราส่วนมากนี่เนื้อแห้งใช้ไม่ได้ไปเลย
8. Amazon banคนที่ใช้นโยบายการคืนสินค้าของ Amazon แบบผิด ๆ โดยการส่งคืนสินค้าบ่อยเกินนี่สุ่มเสี่ยงต่อการโดนแบนมาก เราก็เคยสงสัยเกี่ยวกับนโยบายนี้นะ คือเราก็ว่าดีนั่นแหละ ที่คนสามารถซื้อแล้วคืนอะไรก็ได้เมื่อไหร่ก็ได้ แต่แบบนี้มันก็เหมือนเปิดโอกาสให้คนเอาเปรียบระบบอ้ะ เราว่าอีกหลาย ๆ บริษัทก็น่าจะดำเนินการตามในไม่ช้า
9. Meal deliveryตอนนี้มีสมัครสมาชิกกล่องอาหารแล้วนะ! เราว่ามันดีมากเลยที่ไม่ต้องออกไปหาของมาทำกับข้าวเอง ส่วนประกอบ เครื่องปรุง สูตรการทำ อะไรทุกอย่างถูกส่งมาถึงบ้านพร้อมให้คุณปรุงเลย เรายังไม่ได้ลองแต่ว่าหน้าหนาวปลายปีนี้อาจจะลองบ้าง
10. Apple Pay and CarPlayเราชอบทั้งสองอย่างเลย! สำหรับ Apple Pay นี่แค่ยก iPhone หรือ Apple Watch เข้าหาเครื่องอ่านแล้วก็รอเสียงปี๊บเบา ๆ แค่นั้นเอง เสร็จเรียบร้อย คือสะดวกสบายมาก ส่วนรถใหม่ของเรามี Apple CarPlay ด้วย เราว่ามันดีมากเลย เพราะว่าสามารถ stream แผนที่จากโทรศัพท์ขึ้นจอในรถได้เลย

จริง ๆ แล้วมีมากกว่านี้นะแต่นี่คือที่เราคิดได้ในตอนนี้ เขียนแล้วรู้สึกว่าเหมือนหายไปเป็นพันปี ;D หากใครมีอะไรเพิ่มเติม คอมเม้นท์ได้เลยนะคะ เราอยากอ่าน!

ท้ายนี้ก็รู้สึกดีเนอะ ที่ได้กลับมาเขียนบล็อกอีก เราคิดถึงเว็บเรามาก แต่คราวนี้จะไม่สัญญาอะไรละ แค่จะพยายามมาอัพเดท Hello Jaa ให้บ่อยขึ้น ขอบคุณที่อ่านกันมาถึงตรงนี้ โปรดติดตามกันต่อไปนะคะ มีโพสท์ใหม่แน่นอนเร็ว ๆ นี้ :)

TAGS: SHARE:

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *